ข้อบังคับของสมาคม

ข้อบังคับสมาคมศิษย์เก่าคณะวิทยาศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง

  • หมวด 1
  • หมวด 2
  • หมวด 3
  • หมวด 4
  • หมวด 5
  • หมวด 6
  • หมวด 7
  • หมวด 8
  • หมวด 9
หมวด 1 ชื่อ ที่ตั้ง และเครื่องหมายสมาคม ข้อ 1. สมาคมนี้ชื่อว่า “สมาคมศิษย์เก่าคณะวิทยาศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง” ใช้อักษรย่อว่า “สว.สจล.” มีชื่อภาษาอังกฤษว่า “KING MONGKUT’S INSTITUTE OF TECHNOLOGY LADKRABANG SCIENCE ALUMNI ASSOCIATION” ใช้อักษรย่อว่า “K M I T L. S A.” ข้อ 2. ที่ตั้งสำนักงานใหญ่ของสมาคมตั้งอยู่ ณ. คณะวิทยาศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง เลขที่ 1 ซอยฉลองกรุง 1 แขวงลาดกระบัง เขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร 10520 เบอร์โทรศัพท์ 02-3298400-11 ข้อ 3. เครื่องหมายของสมาคมมีรายละเอียดดังต่อไปนี้ บรรทัดที่ 1 เป็นตัวอักษรสีเหลือง คำว่า “SciAlumni” โดยที่ตัวอักษร S มีรูปดอกราชพฤกษ์ และเหนือ Alumni มีรูปสัญลักษณะอะตอมข้างในเป็นรูปสัญลักษณ์บุคคล บรรทัดที่ 2 เป็นตัวอักษรสีแสด คำว่า “KMITL” ที่ขีดด้วยเส้นใต้ บรรทัดที่ 3 เป็นตัวอักษรสีดำ คำว่า “สมาคมศิษย์เก่าคณะวิทยาศาสตร์” บรรทัดที่ 4 เป็นตัวอักษรสีดำ คำว่า “สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า” บรรทัดที่ 5 เป็นตัวอักษรสีดำ คำว่า “เจ้าคุณทหารลาดกระบัง” ALUMNI SCIENCE KMITL
หมวด 2 วัตถุประสงค์ ข้อ 4. วัตถุประสงค์ของสมาคม เพื่อ 4.1 ส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างสมาชิก 4.2 เผยแพร่ชื่อเสียงของคณะวิทยาศาสตร์และสถาบันฯ 4.3 ส่งเสริมสนับสนุนกิจกรรมของคณะวิทยาศาสตร์และสถาบันฯ 4.4 ส่งเสริมสนับสนุนด้านวิชาการแก่มวลสมาชิก 4.5 ร่วมมือกับสมาคม องค์การ หรือสถาบันอื่นใด ซึ่งมีวัตถุประสงค์ส่งเสริม การศึกษา 4.6 คุ้มครองสิทธิประโยชน์ของศิษย์เก่าคณะวิทยาศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า เจ้าคุณทหารลาดกระบัง ผู้ประกอบวิชาชีพทางด้านวิทยาศาสตร์ ทุกสาขาที่เปิดสอน ข้อ 5. สมาคมนี้ไม่เกี่ยวกับการเมือง
หมวด 3 สมาชิก ข้อ 6. สมาชิกของสมาคมมี 3 ประเภท คือ 6.1 สมาชิกสามัญ 6.2 สมาชิกสมทบ 6.3 สมาชิกกิตติมศักดิ์ ข้อ 7. สมาชิกสามัญ คือ เคยเป็นนักศึกษา หรือ บุคคลที่สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี โท เอก จาก คณะวิทยาศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ข้อ 8. สมาชิกสมทบ คือ ผู้ที่สนใจ และสนับสนุนกิจการของสมาคม ได้แก่ บุคคลที่เป็นอาจารย์ ข้าราชการ และนักศึกษาปัจจุบันของคณะวิทยาศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ข้อ 9. สมาชิกกิตติมศักดิ์ ได้แก่ บุคคลผู้ทรงเกียรติหรือทรงคุณวุฒิ หรือผู้มีอุปการคุณแก่สมาคม ซึ่งคณะกรรมการลงมติให้เชิญเป็นสมาชิกของสมาคม ข้อ 10. ผู้ที่ประสงค์จะเป์นสมาชิกสามัญหรือสมาชิกสมทบ ต้องยื่นคำขอสมัครเข้าเป็นสมาชิกต่อเลขานุการสมาคมตามแบบฟอร์มที่สมาคมกำหนด ซึ่งคุณสมบัติของสมาชิกประกอบดังต่อไปนี้ 10.1 เป็นผู้บรรลุนิติภาวะแล้ว 10.2 เป็นผู้มีความประพฤติเรียบร้อย 10.3 ไม่เป็นโรคที่สังคมรังเกียจ 10.4 เป็นผู้ไม่เคยต้องคำพิพากษาของศาลถึงที่สุดให้เป็นบุคคลล้มละลาย หรือไร้ความสามารถ หรือเสมือนไร้ความสามารถ หรือต้องโทษจำคุก ยกเว้นความผิดฐาน ประมาท หรือลหุโทษ การต้องคำพิพากษาของศาลถึงที่สุดใน กรณีดังกล่าว จะต้องเป็นในขณะที่เข้าเป็นสมาชิก หรือในระหว่างที่เป็นสมาชิกของสมาคม เท่านั้น ข้อ 11. ความเป็นสมาชิกเริ่มขึ้นเมื่อเลขานุการสมาคม โดยอนุมัติของคณะกรรมการบริหารสมาคม ได้ประกาศชื่อ ภูมิลำเนา และอาชีพของผู้สมัครให้เป็นสมาชิกไว้ ณ สำนักงานของสมาคมแล้ว ข้อ 12. ความเป็นสมาชิกสิ้นสุดลง เมื่อผู้เป็นสมาชิกนั้น 12.1 ตาย 12.2 ลาออก โดยยื่นหนังสือเป็นลายลักษณะอักษรต่อคณะกรรมการ และ คณะกรรมการให้พิจารณาอนุมัติและสมาชิกผู้นั้นได้ชำระหนี้สินที่ยังติดค้างอยูกับสมาคมเป็นที่เรียบร้อย 12.3 ขาดคุณสมบัติสมาชิก 12.4 ที่ประชุมใหญ่ของสมาคม หรือคณะกรรมการได้พิจารณาลงมติให้ลบชื่อออกจากทะเบียน เพราะสมาชิกผูกนั้นได้ประพฤติตนเสียหายนำความเสื่อมเสียมาสู่สมาคม ข้อ 13. เมื่อสมาชิกภาพของผู้ใดสิ้นสุดลงผู้นั้นจะยกเอาเหตุแห่งการนั้นมาอ้างสิทธิ์ เรียกร้องค่าเสียหาย หรืออื่นใดจากสมาคม หรือคณะกรรมการบริหารสมาคมไม่ได้
หมวด 4 สิทธิ และหน้าที่ของสมาชิก ข้อ 14. สมาชิกมีสิทธิ 14.1 มีสิทธิเสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับการดำเนินการของสมาคมต่อคณะกรรมการ 14.2 มีสิทธิได้รับสวัสดิการต่างๆ ที่สมาคมจัดให้มีขึ้น 14.3 มีสิทธิเข้าร่วมประชุมใหญ่ของสมาคม 14.4 สมาชิกสามัญมีสิทธิในการเลือกตั้ง หรือได้รับการเลือกตั้ง หรือแต่งตั้งเป็นคณะกรรมการสมาคม และมีสิทธิออกเสียงลงมติต่างๆ ในที่ประชุมได้คนละ 1 คะแนนเสียง 14.5 มีสิทธิร้องขอต่อคณะกรรมการเพื่อตรวจสอบเอกสาร และบัญชีทรัพย์สินของสมาคม 14.6 มีสิทธิเข้าชื่อร่วมกันอย่างน้อย 1 ใน 3 ของสมาชิกทั้งหมด หรือไม่น้อยกว่า 50 คน ร้องขอต่อคณะกรรมการให้จัดประชุมใหญ่วิสามัญได้ 14.7 มีหน้าที่จะต้องปฏิบัติตามระเบียบปฏิบัติและข้อบังคับของสมาคมอย่างเคร่งครัด 14.8 มีหน้าที่ต้องปฏิบัติตนให้สมกับเกียรติที่เป็นสมาชิกสมาคม 14.9 มีหน้าที่ให้ความร่วมมือ และสนับสนุนการดำเนินกิจการต่างๆ ของสมาคม 14.10 มีหน้าที่ร่วมกิจกรรมที่สมาคมได้จัดให้มีขึ้น 14.11 มีหน้าที่ช่วยเผยแพร่ชื่อเสียงของสมาคมให้เป้นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย
หมวด 5 การบริหารสมาคม ข้อ 15. ใหมีคณะกรรมการบริหารสมาคมคณะหนึ่งมีจำนวนไมนอยกวา หก(6) คนแตไมเกินสิบหา (15) คน ประกอบ ดวย นายก อุปนายก เลขานุการ เหรัญญิก นายทะเบียน และกรรมการตำแหนง อื่นๆ ตามแตจะกำหนดขึ้น ซึ่งตำแหนงของกรรมการสมาคมมีตำแหนง ดังตอไปนี้ 15.1 นายกสมาคม ทำหนาที่เปนหัวหนาในการบริหารกิจการของสมาคมในการติดตอกับบุคคลภายนอก และทำหนาที่เปนประธานในที่ประชุมคณะกรรมการ และการประชุมใหญของสมาคม 15.2 อุปนายก ทำหนาที่เปนผูชวยนายกสมาคมในการบริหารกิจการสมาคม ปฏิบัติตามหนาที่นายกสมาคมไดมอบหมาย และทำหนาที่แทนนายกสมาคมเมื่อนายกสมาคมไมอยู หรือไมสามารถจะปฏิบัติหนาที่ได แตการทำหนาที่แทนนายกสมาคม ให อุปนายกตามลำดับตำแหนงเปนผูกระทำแทน 15.3 เลขานุการ ทำหนาที่เกี่ยวกับงานธุรการของสมาคมทั้งหมดเปนหัวหนาเจาหนาที่ของสมาคม ในการปฏิบัติกิจการของสมาคม และปฏิบัติตามคำสั่งของนายกสมาคม ตลอดจนทำหนาที่เปนเลขานุการในการประชุมตางๆ ของสมาคม 15.4 เหรัญญิก มีหนาที่เกี่ยวกับการเงินทั้งหมดเปนผูจัดทำบัญชีรายรับ– รายจาย บัญชีงบดุลของสมาคม และเก็บเอกสารหลักฐานตางๆ ของสมาคมไวเพื่อตรวจสอบ 15.5 นายทะเบียน มีหนาที่เกี่ยวกับทะเบียนสมาชิกทั้งหมดของสมาคมประสานงานกับเหรัญญิก ในการเรียกเก็บเงินคาบำรุงสมาคมจากสมาชิก 15.6 กรรมการตำแหนงอื่นๆ ตามความเหมาะสม ซึ่งคณะกรรมการเห็น สมควรกำหนดใหมีขึ้น โดยมีจำนวนเมื่อรวมกับตำแหนงกรรมการตามขางตนแลวจะตองไมเกินจำนวนที่ขอบังคับไดกำหนดไวแตถาคณะกรรมการมิไดกำหนดตำแหนงก็ถือวาเปนกรรมการกลาง คณะกรรมการชุดแรก ใหผูเริ่มการจัดตั้งสมาคมเปนผูเลือกตั้งประกอบดวย นายกสมาคม และกรรมการอื่นๆ ตามจำนวนที่เห็นสมควรตามขอบังคับของสมาคม ข้อ 16. คณะกรรมการบริหารสมาคมนี้ตองประกอบดวยสมาชิกสามัญทั้งหมด จาก 16.1 ไดรับเลือกตั้งมาจากที่ประชุมใหญแหงสมาชิก 16.2 การเสนอชื่อ โดยผูที่ไดรับการเสนอชื่อ เปนนายกสมาคม สำหรับสมาชิกสามัญที่เขาดำรงตำแหนงแทนกรรมการที่วางลงนั้นไมตองไดรับการเลือกตั้งจากที่ประชุมใหญ นายกสมาคมเปนผูแตงตั้งสมาชิกสามัญคนใดคนหนึ่ง โดยไดรับอนุมัติจากคณะกรรมการบริหารสมาคม ตามที่ระบุไวใน ขอ 17. วรรคแรก ข้อ 17. การเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารสมาคมจากที่ประชุมใหญทั้งหมดนั้น เปนสิทธิและหนาที่ของที่ประชุมใหญที่จะคัดเลือกจากสมาชิกสามัญของสมาคม โดยวิธีใหสมาชิกเสนอชื่อเขารับการคัดเลือก การเสนอชื่อเขารับการคัดเลือกแตละรายตองมีสมาชิกรับรอง ไมนอยกวาหาคน จึงมีสิทธิเขารับการคัดเลือก ถามีการเสนอชื่อเขารับการคัดเลือกมากกวาสิบหาคน ใหมีการออกเสียงลงคะแนนโดยวิธีใดวิธีหนึ่ง ตามที่ประชุมใหญหรือคณะกรรมการบริหารสมาคมกำหนดขึ้นเพื่อใหผูไดคะแนนนิยมสูงสุดตามลำดับในสิบหา คนแรกเปนกรรมการ หากมีการเสนอชื่อไมต่ำ และไมเกินจำนวนตามขอ 15. แลว ใหถือวาผูถูกเสนอชื่อนั้นไดรับคัดเลือกเปนกรรมการบริหารสมาคม ข้อ 18. ในสมัยที่มีการเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารสมาคม ใหที่ประชุมใหญแตงตั้งสมาชิกสามัญไมนอยกวาห้าคน เพื่อเปนกรรมการดำเนินการเลือกตั้ง และตรวจนับคะแนนในการออกเสียงลงคะแนน ถามีผูใดมีคะแนนนิยมเทากันทำใหเกินสิบหาคน ตองจัดใหมีการจับฉลากในระหวางผูที่มีคะแนนนิยมเทากันนั้น ข้อ 19. ใหคณะกรรมการบริหารสมาคมที่ไดรับเลือกตั้งทั้งสิบหาคน หรือไมต่ำกวาเกาคนนั้น เลือกตั้งกันเอง เปน นายกสมาคม 1 คน อุปนายกคนที่หนึ่ง 1 คน อุปนายกคนที่สอง 1 คน และใหนายกสมาคมพิจารณาแตงตั้งกรรมการบริหารในตำแหนงตางๆ ตามที่ระบุไวในขอ 15. นั้น ข้อ 20. คณะกรรมการบริหารของสมาคมสามารถอยูในตำแหนงไดคราวละ 2 ป และเมื่อคณะกรรมการอยูใน ตำแหนงครบกำหนดตามวาระแลว แตคณะกรรมการชุดใหมยังไมไดรับการจดทะเบียนจากราชการ ก็ใหคณะกรรมการที่ครบกำหนดตามวาระรักษาการไปพลางกอน จนกวาคณะกรรมการชุดใหมจะไดรับการจดทะเบียนจากทางราชการเปนที่เรียบรอยแลว ก็ใหทำการสงและรับมอบงานกันระหวางคณะกรรมการชุดเกา และคณะกรรมการชุดใหมใหเปนที่เสร็จสิ้นภายใน 30 วัน นับตั้งแตวันที่คณะกรรมการชุดใหมไดรับการจดทะเบียนจากทางราชการ ข้อ 21. อำนาจหนาที่ของคณะกรรมการ 21.1 มีอำนาจออกระเบียบปฏิบัติตางๆ เพื่อใหสมาชิกไดปฏิบัติ โดยระเบียบ ปฏิบัตินั้นจะตองไมขัดตอ ข้อบังคับฉบับนี้ 21.2 มีอำนาจแตงตั้งและถอดถอนเจาหนาที่ของสมาคม 21.3 มีอำนาจแตงตั้งกรรมการที่ปรึกษา หรืออนุกรรมการได แตกรรมการที่ปรึกษาหรืออนุกรรมการจะสามารถอยูในตำแหนงไดไมเกินวาระของคณะกรรมการที่แตงตั้ง 21.4 มีอำนาจเรียกประชุมใหญสามัญประจำป และประชุมใหญวิสามัญ 21.5 มีอำนาจแตงตั้งกรรมการในตำแหนงอื่นๆ ที่ยังมิไดกำหนดไวในขอบังคับนี้ 21.6 มีอำนาจบริหารกิจการของสมาคม เพื่อใหเปนไปตามวัตถุประสงค ตลอดจนมีอำนาจอื่นๆ ตามที่ ข้อบังคับไดกำหนดไว 21.7 มีหนาที่รับผิดชอบในกิจการทั้งหมดรวมทั้งการเงินและทรัพยสินทั้งหมดของสมาคม 21.8 มีหนาที่จัดใหมีการประชุมใหญวิสามัญ ตามที่สมาชิกสามัญจำนวน 1 ใน 3 ของสมาชิกทั้งหมด หรือ ไมนอยกวา 50 คน ไดเขาชื่อรองขอใหจัดประชุมใหญวิสามัญขึ้น ซึ่งการนี้จะตองจัดใหมี การประชุมใหญ วิสามัญขึ้นภายใน 30 วัน นับแตวันที่ไดรับการรองขอ 21.9 จัดทำบันทึกการประชุมตางๆ ของสมาคม เพื่อเก็บไวเปนหลักฐานและจัดสงใหสมาชิกไดรับทราบ 21.10 มีหนาที่อื่นๆ ตามที่ขอบังคับไดกำหนดไว ข้อ 22. คณะกรรมการจะตองประชุมกันอยางนอยเดือนละ 1 ครั้ง โดยใหจัดขึ้นในวันเวลาแลวแตคณะกรรมการจะกำหนดของทุกๆ เดือน ทั้งนี้ เพื่อปรึกษาหารือเกี่ยวกับการบริหารกิจการของสมาคม ข้อ 23. การประชุมคณะกรรมการ จะตองมีกรรมการเขารวมประชุมไมนอยกวาครึ่งหนึ่งของกรรมการทั้งหมดจึงจะถือวาครบองคประชุม มติของที่ประชุมคณะกรรมการ ถาขอบังคับมิไดกำหนดไวเปนอยางอื่นก็ใหถือคะแนนเสียงขางมากเปนเกณฑ แตถาคะแนนเสียงเทากัน ก็ใหประธานในการประชุมเปนผูชี้ขาด ข้อ 24. ในการประชุมคณะกรรมการ ถานายกสมาคมและอุปนายกสมาคมไมอยูในที่ประชุม หรือไมสามารถปฏิบัติหนาที่ได ก็ใหกรรมการที่เขาประชุมในคราวนั้นเลือกตั้งกันเอง เพื่อใหกรรมการคนใดคนหนึ่งทำหนาที่เปน ประธานในการประชุมคราวนั้น ข้อ 25. ใหนายกสมาคมเปนผูแทนบริหารกิจการทั่วไปของสมาคมใหเปนไปตามวัตถุประสงค นโยบายขอบังคับ หรือระเบียบของสมาคม และเปนประธานการประชุมในกรณีที่นายกสมาคมไมสามารถปฏิบัติหนาที่ไดใหอุปนายกลำดับอาวุโส เปนผูทำการแทน สำหรับกรรมการบริหารสมาคมในตำแหนงตางๆ นั้น ใหมีหนาที่ตามตำแหนงที่นายกสมาคมไดมอบหมายกำหนดใหไว ข้อ 26. ใหคณะกรรมการบริหารสมาคม มีอำนาจเชิญสมาชิกของสมาคมนี้ หรือผูมีอุปการคุณ แกสมาคมเขาดำรงตำแหนงกรรมการที่ปรึกษาไดมีจำนวนตามที่เห็นสมควร โดยใหนายกสมาคมมีหนังสือเชิญไป กรรมการที่ปรึกษามีสิทธิเขารวมประชุมคณะกรรมการบริหารสมาคม หรือการประชุมทั่วไปของสมาคมได และเสนอ ข้อคิดเห็นใดๆก็ไดแตไมมีสิทธิออกเสียงคะแนน กรรมการที่ปรึกษายอมหมดสภาพไปตามคณะกรรมการบริหารสมาคม ข้อ 27. นายกสมาคมพนจากตำแหนงเมื่อ 27.1 ตาย 27.2 ลาออก 27.3 ที่ประชุมใหญลงมติใหพนจากตำแหนง 27.4 ดำรงตำแหนงครบตามวาระ ในกรณีที่ประชุมใหญลงมติใหนายกสมาคมพนจากตำแหนงกอนถึงวาระนั้น ตองมีคะแนนเสียงไมนอยกวาสามในสี่ของสมาชิกที่รวมเปนองคประชุม ข้อ 28. กรรมการบริหารสมาคมยอมพนจากตำแหนงเปนรายบุคคล เมื่อ 28.1 ตาย 28.2 ลาออก 28.3 คณะกรรมการบริหารสมาคมลงมติเปนเอกฉันทใหออก 28.4 ที่ประชุมใหญลงมติใหพนตำแหนง 28.5 ดำรงตำแหนงครบตามวาระ ในกรณีที่ประชุมใหญลงมติใหพนตำแหนงใหนำความในขอ 23. วรรคสองมาใชบังคับ ข้อ 29. ถาตำแหนงกรรมการบริหารสมาคมวางลงกอนจะถึงคราวออกตามวาระ นายกสมาคมจะแตงตั้งสมาชิก สามัญผู ใดที่เห็นสมควรเขารับตำแหนงแทนก็ได โดยไดรับอนุมัติจากคณะกรรมการบริหารสมาคมผูที่ไดรับตำแหนง จะอยูในตำแหนงไดเพียงเทาเวลาของผูที่ตนเขามาแทนเทานั้น ถาตำแหนงนายกสมาคมวางลง ใหอุปนายก คนที่หนึ่งเขาดำรงตำแหนงแทน
หมวด 6 การประชุมใหญ่และองคประชุม ข้อ 30. การประชุมใหญของสมาคมมี 2 ชนิด คือ 30.1 ประชุมใหญสามัญ 30.2 ประชุมใหญวิสามัญ ข้อ 31. คณะกรรมการจะตองจัดใหมีการประชุมใหญสามัญประจำป ปละ 1 ครั้งภายในเดือนธันวาคมของทุกๆ ป ข้อ 32. การประชุมใหญวิสามัญ อาจจะมีขึ้นไดก็โดยเหตุที่คณะกรรมการเห็นสมควรจัดใหมีขึ้น หรือเกิดขึ้นดวยการ เขาชื่อรวมกันของสมาชิกสามัญไมนอยกวา 1 ใน 3 ของสมาชิกทั้งหมด หรือไมนอยกวา 50 คน รองขอ ตอคณะกรรมการใหจัดใหมีขึ้น ข้อ 33. การแจงกำหนดนัดประชุมใหญ ใหเลขานุการสมาคมเปนผูแจงกำหนดนัดประชุมใหญใหสมาชิกทราบ และการแจงจะตองเปนลายลักษณอักษร โดยระบุวัน เวลา และสถานที่ใหชัดเจน โดยจะตองใหสมาชิกไดทราบลวงหนาไมนอยกวา 7 วัน และประกาศแจงกำหนดวันประชุมใหญไว ณ สำนักงานของสมาคมเปน เวลาไมนอยกวา 7 วันกอนถึงกำหนดการประชุมใหญ ข้อ 34. การประชุมใหญสามัญประจำป จะตองมีวาระการประชุมอยางนอย ดังตอไปนี้ 34.1 แถลงกิจการที่ผานมาในรอบป 34.2 แถลงบัญชีรายรับ – รายจาย และบัญชีงบดุลของปที่ผานมาใหสมาชิกรับทราบ 34.3 เลือกตั้งคณะกรรมการชุดใหมเมื่อครบกำหนดวาระ 34.4 เลือกตั้งผูสอบบัญชี 34.5 เรื่องอื่นๆ ถามี ข้อ 35. ในการประชุมใหญสามัญประจำป หรือการประชุมใหญวิสามัญจะตองมีสมาชิกสามัญเขารวมประชุมไม นอยกวาครึ่งหนึ่งของสมาชิกสามัญทั้งหมด หรือไมนอยกวา 50 คน จึงจะถือวาครบองคประชุม แตถาเมื่อถึง กำหนดเวลาประชุมยังมีสมาชิกสามัญเขารวมประชุมไมครบองคประชุม ใหคณะกรรมการของสมาคมเรียก ประชุมใหญอีกครั้งหนึ่ง โดยจัดใหมีการประชุมขึ้นภายใน 14 วัน นับแตวันที่นัดประชุมครั้งแรก สำหรับการ ประชุมในครั้งหลังนี้ ถามีสมาชิกสามัญเขารวมประชุมเปนจำนวนเทาใดก็ใหถือวาครบองคประชุม ยกเวนถา เปนการประชุมใหญวิสามัญที่เกิดขึ้นจากการรองขอของสมาชิกก็ไมตองจัดประชุมใหญ ใหถือวาการประชุม เปนอันยกเลิก ข้อ 36. การลงมติตางๆ ในที่ประชุมใหญ ถาขอบังคับมิไดกำหนดไวเปนอยางอื่นก็ใหถือคะแนนเสียงขางมาก เปนเกณฑ แตถาคะแนนเสียงที่ลงมติมีคะแนนเทากันก็ใหประธานในการประชุมเปนผูชี้ขาด ข้อ 37. ในการประชุมใหญของสมาคม ถานายกสมาคมและอุปนายกสมาคมไมมารวมประชุม หรือไมสามารถจะปฏิบัติหนาที่ได ก็ใหที่ประชุมใหญทำการเลือกตั้งกรรมการที่มารวมประชุมคนใดคนหนึ่งใหทำหนาที่เปนประธาน ในการประชุมคราวนั้น
หมวด 7 ทรัพยสินและการเงิน ข้อ 38. การเงิน และทรัพยสินทั้งหมดของสมาคมใหอยูในความรับผิดชอบของคณะกรรมการ เงินสดของสมาคมถามีใหนำฝากไวในธนาคารตามแตคณะกรรมการจะเห็น สมควร ข้อ 39. การลงนามในตั๋วเงิน หรือเช็คของสมาคมจะตองมีรายมือชื่อของนายกสมาคมหรือผูทำการแทนลงนามรวมกับเหรัญญิก หรือผูทำการแทน พรอมกับประทับตราของสมาคม จึงจะถือวาใชได ข้อ 40. อำนาจการสั่งจาย 40.1 นายกสมาคมมีอำนาจการสั่งจายเงินไดไมเกินครั้งละ 10,000 บาท (หนึ่งหมื่นบาทถวน) 40.2 นายกสมาคมถาสั่งจายเงินเกินกวาครั้งละ 10,000 บาท (หนึ่งหมื่นบาทถวน) จะตองขออนุมัติจากคณะกรรมการบริหาร 40.3 คณะกรรมการบริหารสมาคมจะอนุมัติใหจายเงินไดไมเกินครั้งละ 300,000 บาท (สามแสนบาทถวน) 40.4 คณะกรรมการบริหารสมาคมถาจะอนุมัติใหจายเงินเกินกวาครั้งละ 300,000 บาท (สามแสนบาทถวน) จะตองไดรับอนุมัติจากที่ประชุมใหญของสมาคม ข้อ 41. ใหเหรัญญิกมีอำนาจเก็บรักษาเงินสดของสมาคมไดครั้งละไมเกิน 10,000 บาท (หนึ่งหมื่นบาทถวน) ถาเกิน กวานี้จะตองนำฝากธนาคารในบัญชีของสมาคมทันทีที่โอกาสอำนวยให ข้อ 42. เหรัญญิกจะตองทำบัญชีรายรับ – รายจาย และบัญชีงบดุล ใหถูกตองตามหลักวิชาการ และการรับหรือจายเงินทุกครั้ง จะตองมีหลักฐานเปนหนังสือลงลายมือชื่อของนายกสมาคม หรือผูทำการแทนรวมกับเหรัญญิก หรือผูทำการแทน พรอมประทับตราของสมาคมทุกครั้ง ข้อ 43. ผูสอบบัญชี จะตองมิใชกรรมการ หรือเจาหนาที่ของสมาคม และจะตองเปนผูสอบบัญชีที่ไดรับอนุญาต ข้อ 44. ผูสอบบัญชี มีอำนาจหนาที่จะเรียกเอกสารที่เกี่ยวกับการเงิน และทรัพยสินจากคณะกรรมการ และสามารถจะเรียกกรรมการ หรือเจาหนาที่ของสมาคม เพื่อสอบถามเกี่ยวกับทรัพยสินของสมาคมได ข้อ 45. คณะกรรมการจะตองใหความรวมมือกับผูตรวจสอบบัญชีเมื่อไดรับการรองขอ
หมวด 8 การเปลี่ยนแปลงแกไขขอบังคับและการเลิกสมาคม ข้อ 46. ขอบังคับของสมาคมจะเปลี่ยนแปลงแกไขไดก็โดยมติของที่ประชุมใหญเทานั้น และองคประชุมใหญจะตองมีสมาชิกสามัญรวมประชุมใหญไมนอยกวา 2 ใน 3 ของสมาชิกสามัญที่เขารวมประชุมทั้งหมด ข้อ 47. การเลิกสมาคม จะเลิกไดก็โดยมติของที่ประชุมใหญของสมาคม ยกเวนเปนการเลิกเพราะเหตุของกฎหมาย มติของที่ประชุมใหญที่ใหเลิก สมาคมจะตองมีคะแนนเสียงไมนอยกวา 3 ใน 4 ของสมาชิกสามัญที่เขารวมประชุมทั้งหมดและองคประชุมใหญจะตองไมนอยกวาครึ่งหนึ่งของสมาชิกสามัญทั้งหมด ข้อ 48. เมื่อสมาคมตองเลิก ไมวาดวยเหตุใดๆ ก็ตาม ทรัพยสินของสมาคมที่เหลืออยูหลังจากที่ไดชำระบัญชี เปนที่เรียบรอยแลว ใหตกเปนของสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกลาเจาคุณทหารลาดกระบัง เพื่อใชในกิจการของคณะวิทยาศาสตร
หมวด 9 บทเฉพาะกาล ข้อ 49. ข้อบังคับฉบับนี้นั้น ใหเริ่มใชบังคับไดนับตั้งแตวันที่สมาคมไดรับการจดทะเบียนเปนนิติบุคคลเปนตนไป ข้อ 50. เมื่อสมาคมไดรับการจดทะเบียนเปนนิติบุคคลจากทางราชการ ก็ใหถือวาผูเริ่มการทั้งหมดเปนสมาชิกสามัญและสมาชิกภาพของคณะกรรมการที่ตั้งขึ้น เริ่มตั้งแตวันจดทะเบียนเปนตนไป